หน้าบ้าน  เกมส์  เนื้อเพลง  ดูดวง  ท่องเที่ยว  สมุนไพร  ประวัติสุนทรภู่  สารบัญเว็บไซต์  พจนานุกรม  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก


Custom Search

 


นิราศสุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง
นิราศพระบาท
นิราศภูเขาทอง
นิราศวัดเจ้าฟ้า
นิราศอิเหนา
นิราศสุพรรณ
นิราศพระประธม
นิราศเมืองเพชร
รำพันพิลาป
ประวัติสุนทรภู่

นิราศพระบาท - 1/6

นิราศพระบาท แต่งเมื่อปลาย พ.ศ. ๒๓๕๐ เมื่อครั้งที่สุนทรภู่เป็นมหาดเล็กอยู่ในพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ซึ่งทรงผนวชอยู่จังหวัดระฆังโฆสิตาราม ขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทในเดือน ๓ (วันที่๘ กุมภาพันธ์ ๒๓๕๐) นอกจากจะได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับชีวิตรักระหว่างสุนทรภู่กับนางจันทร์ซึ่งเป็นภรรยาจากนิราชเรื่องนี้เเล้ว ยังทำให้เรารู้เรื่องการเดินทางไปพระพุทธบาทและสภาพของพระพุทธบาทในสมัยนั้นเป็นอย่างดี นิราศพระบาทนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ รวมอยู่ในประชุมกลอนนิราศต่างๆ ภาค๑ ของสุนทรภู่ ครั้นถึงพ.ศ. ๒๕๐๓ นายธนิต อยู่โพธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรอยู่ในขณะนั้นได้ทำเชิงอรรถเพิ่มเติม และ นางกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกอักษรศาสตร์และวรรณคดีได้ช่วยตรวจสอบและตรวจทานฉบับพิมพ์ที่ตีพิมพ์เนื่องในการจัด "วรรณคดีสัญจร" ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓ การพิมพ์ครั้งนั้นกรมศิลปากรได้นำภาพและแผนผังมาประกอบด้วยทเรื่องนี้ได้มีผู้ขอพิมพ์ต่อมาอีกหลายครั้งครั้ง



 ๏ โอ้อาลัยใจหายเป็นห่วงหวง
ดังศรศักดิ์ปักซ้ำระกำทรวงเสียดายดวงจันทราพะงางาม
เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม
จนพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงพระนามจากอารามแรมร้างทางกันดาร
ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาทจำนิราศร้างนุชสุดสงสาร
ตามเสด็จเสร็จโดยแดนกันดารนมัสการรอยบาทพระศาสดา ๚
  
๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำพอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า
รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลาพี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย
ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้าก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย
แสนสลดให้ระทดระทวยกายไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ๚
  
๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิตใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น
ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกันพิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง
ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง
โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทางทั้งจากบางจากไปใจระบม
แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียวเห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม
ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนมน้อมบังคมเทวารักษาวัง
ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศอย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง
ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชังเทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ๚
  
๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียกเมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี
ประชุมฉุดพุทธรูปในวารีไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน
จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้งเออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น
นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคินแต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ
ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรักให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ
ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำสักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ๚
  
๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิตนิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล
พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกลประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร
ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริตเหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร
มิตรจิตขอให้มิตรใจจรใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง
ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง
เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนางจะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้ว ๚
  
๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่านเขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว
จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้วพี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง
พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอกตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง
กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปรางต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง
เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่นแมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง
พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวงพี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ
แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิดนิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล
เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบเหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา
พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อยให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า
โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเราจึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ๚
  
๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญเป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน
ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลานเรือขนานจอดโจษกันจอแจ
พินิจนางแม่ค้าก็น่าชมท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่
ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอพี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย
ชมคณาฝูงนางมากลางชลสุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย
ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพายหยุดสบายบริโภคอาหารพลัน
แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออกเขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น
ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกันพี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว
เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอกใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว
จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียวใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ๚
  
๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่งโอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย
พี่จรจากดวงใจมาไกลเชยโอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล
ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้ามก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน
ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมนสะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน
เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้นระวังตนตีนมือระมัดมั่น
เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครันถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล
เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำเปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน
เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้ารารานถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ๚
  
๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปักพี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง
เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวงจนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง
พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชกถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง
ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรงเห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง
ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้นเป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง
เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลางใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี
ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี
ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรีจำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ๚
  
๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวยแล้วก็เลยตามแควกระแสไหล
ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจโอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง
แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่างระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง
ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดงเมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม
เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่งถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม
ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอมเรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ๚
  
๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง
ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลางต้องแยกทางสองแควกระแสชล
ปางบุรำคำบุราณขนานนามราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์
ในแถวทางกลางย่านกันดารคนนาวาดลเดินเบื้องบูรพา
โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอมาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า
ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคานี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ
ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบนาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล
โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน
เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้ามเป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน
ปักษาโบกปีกบินลงดินเดินมัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา
นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิกเอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา
กระทุงน้อยลอยทวนนาวามาโอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป
หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนกให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้
มิทันสั่งสกุณินก็บินไปลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน
ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อมเหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน
โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคนเมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ๚

1 2 3 4 5 6

เว็บไซต์สปอนเซอร์











Copyright © 2014 by www.likemax.com. All rights reserved.